เล่าเรื่องเขากระโจมหน่อย
เผลอหน่อยเดียว ผมก็ดองบล็อคไว้ถึง2สัปดาห์กว่าๆเข้าไปแล้ว ในความคิดก็คิดจะเขียนอยู่ แต่ไม่รู้จะเขียนยังไงดี ไม่รู้จะเขียนเชิงเล่า หรือเชิงหลักการดี บล็อคนี้ผมก็ไม่ได้เผยแผ่ให้เพื่อนๆที่สนิทได้รู้ซะด้วย เพราะรู้สึกอาย ที่จะพูดเรื่องมีสาระบ้าง เรื่องระบายอะไรออกมาบ้าง ถ้าเขียนให้เพื่อนที่สนิทกันอ่าน ก็คงจะออกแนวเล่าเรื่อง และเป็นภาษาพูดซะมากกว่า ซึ่งไม่ตรงกับที่ผมตั้งใจจะฝึกใช้ภาษาที่เป็นทางการกว่า
วันนี้อินเตอร์เน็ทมีปัญหาอีกแล้ว แต่ก็คิดว่าเขียนเลยดีกว่า จะได้เคลียข้อมูลในสมองไปใช้ทำเรื่องอื่นบ้าง เพราะพอไม่ได้เขียน ก็ต้องคอยเตือนตัวเองตลอดว่าจะต้องเขียน ทำให้ทำอะไรก็เหมือนใช้สมองและสมาธิได้ไม่เต็มที่ หลายท่านอาจบอก อ้าวก็ไม่ต้องเขียนดิ ก็ไม่ต้องมาระแวงตรงนี้แล้ว แต่ผมก็อยากเขียน เพราะการเขียนทำให้ต้องคิดคำพูด ประมวลข้อมูลต่างๆออกมา เพื่อที่จะเขียน และผมหวังเล็กๆว่า คงจะพัฒนาการเล่าเรื่อง ที่เป็นตัวหนังสือได้ดีขึ้นบ้าง
การเล่าเรื่องโดยใช้ปากเวลาพบหน้ากัน ถ้าโอกาสเหมาะเช่นมีคนสนใจฟัง ผมก็คิดว่าผมเล่าได้ดีพอควร แต่การเขียนเป็นตัวอักษรมันต่างกัน อีกทั้งการเขียนทำให้ต้องคิดและมีการจัดเรียงความทรงจำต่างๆ อย่างที่บอกในย่อหน้าก่อนไปแล้ว และเมื่อเล่าออกมาเป็นตัวอักษร คงจะทำให้รู้สึกสดชื่นบ้าง เหมือนระบายสิ่งที่ค้างๆในใจออกไป แต่ไม่ได้ทำให้ลืม แต่ความจำนั้นกลับเรียกใช้ได้ง่ายขึ้น
และเมื่อเวลาผ่านไป ผมก็สามารถมาอ่านซ้ำถึงเหตุการณ์เหล่านี้ได้ ผมเคยเขียนใน space เพื่อเล่าเรื่องที่เคยไปเที่ยวกับเพื่อน พอผ่านไปหลายปีกลับมาอ่าน ก็ทำให้นึกขึ้นได้ ถึงเหตุการณ์บางอย่างที่ชักจะลืมๆไป รายละเอียดบางอย่างที่ลืมไป ก็ถูกนึกขึ้นมาได้ใหม่
ตอนนี้ชักจะยาวไปแล้ว จึงขอเอาเรื่องเที่ยวเขากระโจมไปรอบหน้านะครับ อิอิ
No comments:
Post a Comment