29 October 2009

สมองจะสดชื่นตอนเช้า

ผมอ่านหนังสือที่เคยเขียนใน 22 ตุลาคม 2552 ช่วงนี้ผมชอบอ่านหนังสือแนวจิตวิทยา ซึ่งในนั้นเขียนไว้ว่า ให้ใช้เวลานาทีทองของสมอง คือ ตอนเช้าหลังจากนอนเต็มที่แล้วนั่นเอง

สมองตอนที่นอนหลับจะทำการจัดเรียงข้อมูลทั้งหมด ให้เป็นระเบียบ และทำการบันทึกให้จำได้ต่อไปด้วย การนอนจึงสำคัญ  และหลังจากนอนเต็มอิ่มแล้ว สมองจะผ่านการจัดระเบียบเรียบร้อยแล้ว สมองจะเคลียพื้นที่ พร้อมสำหรับรับเรื่องใหม่ๆ รวมถึงคิดและจินตนาการต่างๆ ได้ดีกว่าก่อนนอน เพราะก่อนนอน สมองจะรับข้อมูลมาทั้งวัน ข้อมูลจะแน่นไปหมด ทำให้รับสิ่งใหม่ๆได้ยาก

สำหรับผม หลังจากอ่าน ก็พยายามจะทำอะไรตอนเช้าที่ยากบ้าง แต่ก็มักเสียเวลากับการเล่นเกมส์ออนไลน์ เพราะเวลาที่ผ่านไปทั้งคืน มันทำให้ทรัพยากรในเกมส์นั้น เพิ่มมากขึ้น จนเพียงพอที่จะทำอะไรต่อในตอนเช้า จะสร้างสิ่งก่อสร้างหรืออื่นๆ ก็ทำได้ เพราะทรัพยากรมากขึ้นแล้ว

ซึ่งเป็นสิ่งที่เสียเวลานาทีทองของสมองไปโดยไม่เกิดประโยชน์จริง และผมก็รู้สึกว่าหนังสือที่ผมอ่านน่าจะมีความจริง  เพราะ หลายวันมาีนี้ ผมเจองานยากๆ แก้ปัญหาไม่ได้ คิดอย่างไรก็ไม่ออก ไม่รู้จะไปทางไหน ไม่รู้เริ่มวิธีไหนต่อไปดี  ที่คิดมาก่อนหน้านั้นก็ไม่ดีพอ

แต่ก็มีอยุ่ 2-3 ครั้งหลัง ติดๆกันนี่ ที่ผมคิดไม่ออก หาหนทางไม่ได้ แต่เมื่อตื่นตอนเ้ช้า อยู่ดีๆ ก็คิดวิธีใหม่ขึ้นมาได้ คิดว่าน่าจะได้ น่าจะลอง แล้วพอคิดได้ ก็รีบสละเวลาในเกมส์ มาทดลองวิธีที่อยู่ดีๆก็คิดได้ใหม่  แล้วก็ดัน ได้ผลดีซะด้วย

ฉะนั้นสมองช่วงเช้าสำคัญจริงๆ แม้หนังสือเล่มนั้นไม่ได้บอกเรื่องการกินอาหาร แต่ก็มีสื่ออื่นๆพยายามพูดเรื่องกินอาหารตอนเช้า ผมจึงคิดว่า ถ้าสมองช่วงเช้าสำคัญ ถ้าขาดสารอาหารมาทั้งคืน แล้วตอนเช้าไม่กินอีก ก็คงจะไม่ดีแน่ๆเลยนะครับ

24 October 2009

ความรู้สึกตื่นเต้น

เมื่อวาน ผมได้รับปากเพื่อนว่าจะไปเที่ยวด้วยกัน โดยที่ผมรู้จักเพื่อนผมแค่คนเดียว ที่เหลือเป็นใครก็ไม่รู้ ไม่รุ้จัก

ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ไปเที่ยว ไม่ใช่เพราะไปกับคนที่ไ่ม่รู้จัก ตรงนั้นผมไม่ได้สนใจ แต่ผมตื่นเต้น ที่จะได้ไปเที่ยวธรรมชาติ ถนนที่มีแต่โคลน ต้องขับรถลุยน้ำ ความจริงผมอยากจะขับเองด้วยซ้ำ แต่เอารถเพื่อนไป และต้องเช่ารถ 4WD เพื่อขึ้นเขากระโจม จ.ราชบุรี แล้วก็ขึ้นไปชมธรรมชาติด้านบน

ความจริงผมชอบเที่ยวแนวนี้มากเป็นพิเศษ แต่ผมหาเพื่อนไปยากมาก เพราะพอไปอย่างนี้เพื่อนๆก็มักจะบอกว่า ไม่เห็นมีกิจกรรมอะไร, ลำบาก, ฯลฯ
แต่สำหรับผม การได้ชมธรรมชาติสวยๆ อากาศดีๆ ผมก็มีความสุขแล้ว ส่วนการเที่ยวอย่างอื่นที่ไม่ลำบาก ก็ดีที่ความสะดวกสบาย หรูหรา อาคาร ห้องพัก สวยงาม แต่ก็เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและมักจะราคาแพง ส่วนการเที่ยวธรรมชาตินั้น ราคาถูกกว่า แถมได้สูดอากาศดีๆ

ยิ่งนับวันเรายิ่งหาที่เที่ยว หรือสถานที่ ที่ไม่มีสิ่งสกปรกที่มนุษย์ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ยากมากขึ้นทุกที
ผมไปในหลายๆที่ ขนาดเดินลำบากๆ มีทาก ก็ยังเห็นถุงพลาสติก เห็นฝาขวดพลาสติก

มนุษย์เราเอาแต่จะเสพสิ่งสวยงาม แต่ไม่คิดจะรักษาความสวยงามไว้ต่อไปเลย ผมจึงรู้สึกชอบการท่องเที่ยว ที่เป็นธรรมชาติมากๆ

22 October 2009

ช่วงนี้ผมชอบอ่านหนังสือแนวจิตวิทยา

ช่วงนี้ผมชอบอ่านหนังสือแนวจิตวิทยา สาเหตุเพราะ เวลาผมอ่านแล้วทำให้มีไฟ, มีกำลังใจ มากขึ้น
ไม่ใช่เพราะผมหมดไฟ หรือไม่มีกำลังใจเลย แต่เพราะ ถ้าอ่านแล้วผมรู้สึกว่าได้ความรู้ใหม่ๆ แถมยังทำให้มีความคิดในแง่บวก ต่อสิ่งต่างๆ ทำให้รู้สึกว่า อยากจะขยันมากขึ้น, พยายามมากขึ้น, พัฒนาตัวเองมากขึ้น ช่วงนี้ผมจึงชอบหนังสือแนวนี้มากเป็นพิเศษ

อย่างหนังสือเล่มล่าสุดที่ผมอ่าน ทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่าอยากจะขยัน อยากจะมุ่งมั่นพยายามทำการเรียนรู้อย่างจริงจังมากขึ้น และหนังสือเล่มนี้ได้พูดถึงเขาเคยลองอ่านหนังสือภาษาอังกฤษที่ยากๆ มีศัพท์ที่ไม่เข้าใจหลายคำ แต่เขาก็ทนอ่านต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้เปิดดิกส์(พจนานุกรม)เลย พออ่านมากๆเข้าถึงจุดนึง ก็รู้สึกว่า เออ เราอ่านได้นะ

ผมเลยรู้สึกอยากจะลองอ่านหนังสือภาษาอังกฤษแบบตั้งใจอ่านดูบ้าง ซึ่งผมก็รู้สึกมานานแล้วว่าหนังสือต่างประเทศมักจะมีเนื้อหาที่ดีกว่าหนังสือภาษาไทย เวลาผมอยากรู้เรื่องอะไรผมจะหาภาษาไทยก่อน แล้วค่อยหาภาษาอังกฤษ แล้วมักจะเป็นภาษาอังกฤษที่ให้คำตอบได้มากกว่า

อย่างหนังสือคอมพิวเตอร์ก็มักจะเป็นภาษาอังกฤษที่เขียนอย่างละเอียดลึกซึ้ง หนังสือภาษาไทยส่วนใหญ่มักจะแปลจากภาษาอังกฤษแล้วมักจะมีแต่พื้นฐาน เบื้องต้น แล้วไม่มีการไปต่อไป

ผมมีหนังสือที่ดาวโหลดจากที่ต่างๆเป็นภาษาอังกฤษเก็บไว้เยอะแยะ ไม่ค่อยได้อ่านเลย เวลาอ่านก็ดูแค่โค้ด หรือรูป ให้พอเข้าใจแบบผ่านๆ พออ่านเนื้อหาไม่กี่คำก็รู้สึกว่า ขี้เกียจ เลิกเถอะ แต่ก็มีความรู้สึกเหมือนที่บอกข้างต้นว่า อ่านไปเรื่อยๆ ก็พอรู้เรื่องเหมือนกัน  สงสัยคราวนี้ผมจะพยายามหยิบหนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านมากขึ้นล่ะ

Visitor


Cool Ringtones