เล่าเรื่องริดสีดวงซะหน่อยดีกว่าครับ
ผมเป็นริดสีดวงมาหลายปีแล้วครับ คงเพราะสมัยก่อนรีบๆแล้วก็ไม่ได้ถ่าย ทิ้งไว้พอมาถ่ายมันก็ท้องผูก นานเข้าก็มีก้อนๆ ออกมา นั่นคือริดสีดวง แต่ผมอ่านหนังสือที่มีหมอคอยตอบจดหมาย ก็บอกว่า ไม่ใช่ริดสีดวง มันคือเส้นเลือดที่ปูดออกมาต้องผ่าตัดเท่านั้น ไม่รู้เพราะหมอตอบมั่วหรือว่าสมัยก่อนเข้าใจอย่างนั้นจริงๆ จึงทำให้ผมไม่ทำไร ปล่อยไปหลายปี
จนมันใหญ่ขึ้น ท้องผูกก็จะเจ็บมีเลือดออก แล้วก็ซื้อหนังสือเกี่ยวกับริดสีดวงมาอ่านทำความเข้าใจแล้วก็ทำใจ จึงไปหาหมอ
ผลปรากฏว่าหมอนัดผ่าตัด
ผมก็ไปผ่าตอนต้นเดือนกันยายน 2553
หมอนัดไปถึง 7.00น. ผมก็ไปแต่เช้า ไปนอนห้องรวม เจอะเลือดให้น้ำเกลือ แล้วก็ไม่ทำไร ห้ามกินน้ำกินยา ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว จนบ่ายก็ไปผ่าตัด ก็มีหมอวิสัญญี มาให้คำแนะนำต่างๆ
พอถึงเวลาก็ถูกเข็นไปห้องก่อนผ่าตัดก็มีถามเช็คว่าเราชื่ออะไรรู้ไหมมาทำอะไร ถามกันหลายรอบ ก็รู้สึกว่าคงป้องกันการผ่าตัดผิดได้ จนเข็นเข้าห้องผ่าตัด ก็หันหลังตะแคงข้าง ให้คุณหมอวิสัญญีมาฉีดยาบล็อคหลังครับ ฉีดเสร็จก็ไม่ถามเลยว่าชาหรือยัง ยังไง จับผมย้ายไปนอนเตียงผ่าตัดทันที โดยนอนคว่ำ หันก้น มีหมอนรองให้สูงนิดหน่อย แล้วพยาบาลห้องผ่าตัดก็สวยๆทั้งนั้น ก็จับผมถ่างขา และเริ่มใส่อะไรในรูทวารผม นิ้วเท้าผมยังขยับได้อยู่
ซักพักหมอก็เริ่มผ่า หมอบอกเป็นการผ่าตัดโดยใช้เครื่องมือ ซึ่งที่ผมอ่านเข้าใจว่าเป็น staple ซึ่งมันจะดันหัวริดสีดวงและตัดที่เหลือทั้งหมด นอกนั้นก็จะเย็บอย่างดี เจ็บน้อย แต่จากการถามหมอบอกว่าไม่ใช่ ถ้าใช้ staple ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก หมอก็ขยุกขยิกก้นผมอยู่ประมาณชั่วโมงนึง รู้สึกว่าพยาบาลจับต้นขาผม แต่นิ้วเท้าผมซักพักก็เริ่มขยับไม่ได้ และไม่รู้สึกแม้แต่ ความหน่วงๆที่ก้นเลย จนผ่าตัดเสร็จ ก็ขึ้นเตียงเข็นมาห้องพักฟื้น
ที่ห้องพักฟื้น ความดันผมก็ปกติ แต่ชีพจรผมต่ำมาก 40 -50 ครั้งต่อนาทีเท่านั้น แต่หมอบอกโอเค ก็ย้ายกลับห้องพัก ต้องพักถึง 6 ชม.ไม่ให้ยกศีรษะสูง ขาขยับไม่ได้ เอามือไปจับน้องชายส่วนตัวของผม ก็ยังไม่รู้สึกเลยครับ
แต่พอครบเวลา ก็มีพยาบาลมาให้ผมฉี่มาถามว่าฉี่หรือยังอยู่นั่น แล้วก็จะสวนผม ผมยังไม่รู้สึกแม้แต่ปวดฉี่เลย ก็พยายามฉี่ ก็ไม่ออก สุดท้ายโดนสวน แต่ก็สวนแค่ครั้งเดียว ต่อมาก็ฉี่ได้เอง แต่แสบมาก แสบเวลาฉี่เป็นอาทิตย์เลยครับ
แผลผ่าตัดก็ไม่ค่อยเจ็บแทบจะไม่รู้สึกเลยครับเจ็บน้อยมาก แต่เหลือหัวที่มันไม่ยอมยุบ หมอว่าเย็บไปแล้ว เดี๋ยวมันจะยุบลง พอไปหาตามนัดครั้งที่สอง ก็บอกว่าสงสัยจะไม่เล็กลงจะนัดผ่าตัดอีก เฮ้อ ผมเซ็งมากเสียเวลาแล้วทำผมไม่หายอีก ผมเกลียดการบล็อคหลังด้วยที่มันชา กลับมาก็ปวดศีรษะบ้าง และความอายที่คนที่ทำงานคอยถาม คอยพูดอยู่นั่นไม่จบ
ถ้าหมอนัดผ่าอีกยังไม่แน่ใจว่าจะผ่าหรือไม่เลยครับ
No comments:
Post a Comment