วันนี้ขอนำความจากหนังสือ ซึ่งเป็นคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ ลอกมาทั้งดุ้น มาเขียน blog ครั้งนี้เลย
การดับทุกข์ถ้าดูทั่วๆไปในโลกพบได้ว่ามันมีสัก 3 วิธี
วิธีที ๑. วีธีที่มากที่สุดคือ กลบเกลื่อนความทุกข์, กลบเกลื่อนความทุกข์ด้วย เอาเหยื่อล่อ, เอาอะไรมาหลอกมากลบเกลื่อนความทุกข์ หาอะไรมาทำให้เพลินๆ เป็นเหยื่อล่อไปเสีย, เรียกว่ากลบเกลื่อนความทุกข์, ไปหลงไหลในความสวยงามเอร็ดอร่อยสนุกสนาน ให้มันลืมความทุกข์ไปเสีย. นี่เขาใช้วิธีดับทุกข์ด้วยการกลบเกลื่อนความทุกข์ มันก็ได้ชั่วคราวเดี๋ยวใจ มันก็ต้องเปลี่ยนเป็นกลบเกลื่อนไม่ได้แล้ว ต้องหาอันใหม่มาอีกแล้ว, เดี๋ยวก็ต้องหาอันใหม่มาอีกแล้ว. นี่เป็นเหตุให้คนในโลกนี้ต้องมีกินอย่างนั้น, ต้องมีใช้อย่างนี้, ต้องมีแต่งตัวอย่างโน้น, เปลี่ยนแปลงเรื่อย เพื่อจะกลบเกลื่อนความทุกข์ ไปวันหนึ่งๆ กว่ามันจะตายเลิกกัน การดับทุกข์ด้วยการหาอะไรมากลบเกลื่อนความทุกข์นี้ ไม่ใช่วิธีของพุทธบริษัท คือมันไม่ตัดต้นเหตุ
วิธีที่๒. ทีนี้วิธีที่ดีที่ถูกต้องตามหลักของทางศาสนาก็คือ ประพฤติศีลธรรม จริยธรรมให้ถูกต้อง แล้วก็มีความสุขอย่างถูกต้อง, กลบเกลื่อนความทุกข์ หรือ ว่าแก้ไขความทุกข์ อย่างนี้ถาวรกว่า, ปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักของศีลธรรมจริยธรรม รูัจักทำจิตใจให้สงบเย็นตามสมควร, ใช้คำว่าตามสมควร ตามสมควรของอัตภาพ, เป็นสัตบุรุษ เป็นวิญญูชนที่มีสติปัญญา ที่จะควบคุมความทุกข์ได้ มีความสุขอยู่ในระดับของคนธรรมดา, เรียกว่าโลกิยสุขที่ถูกต้องก็แล้วกัน นี้ก็เป็นวิธีหนึ่ง มีความสุขที่ถูกต้องตามหลักของจริยธรรมเสีย, ก็แก้ไขไปได้วิธีหนึ่ง
วิธีที่๓. มันเลิศหรือยอดสุดไปเลย สามารถจะศึกษาปฏิบัติจนอยู่เหนือความทุกข์ เข้าถึงความว่าง
ระดับมีอยู่ถึง ๓ ระดับ คือความทุกข์พื้นฐาน ระดับหนึ่ง, แล้วสูงขึ้นไปเป็นความสุข คือไม่ทุกข์, แล้วสูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่งคือความว่าง
----------------------------
ในขั้นที่ 3 ของการดับทุกข์นั้น รายละเอียดเยอะมาก เข้าใจยาก และเนื้อหาจะยาว จึงขอจบสั้นๆตรงนี้ก่อน ที่นำมาลงเพราะเห็นหลายคนใช้วิธีที่1 ซึ่งมันก็ไม่ได้แก้ปัญหา เดี๋ยวก็มาบ่นเรื่องเดิมอีกแล้ว ไม่ได้แก้ที่ใจกันเลย ไปทำนู่นทำนี่ให้หายเครียดชั่วคราว เดี๋ยวก็ปัญหาเดิมมาอีก บางครั้งก็เพิ่มปัญหามากกว่าเดิมอีก
:D
No comments:
Post a Comment